โปรไบโอติก คืออะไร? มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?
ตามเกณฑ์ขององค์การด้านอาหารและเกษตรของสหรัฐอเมริกา (Food and Agriculture Organization, FAO) ระบุว่า “โปรไบโอติก” (probiotics) คือ จุลชีพที่มีชีวิติ
(สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวขนาดเล็กมากๆ
ที่สำคัญ คือ แบคทีเรีย)
ซึ่งเมื่อบริโภคในปริมาณเหมาะสมจะส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี
โดยปัจจุบันที่ยอมรับมีแบคทีเรีย 2 ชนิดที่มีคุณสมบัติเป็น “โปรไบโอติก” ได้แก่ แบคทีเรียชนิดแลคโตบาซิลลัส
(lactobacillus) และชนิดบิฟิโดแบคทีเรียม (bifidobacterium)
ซึ่งแบคทีเรียทั้งสองชนิดดังกล่าว ยังแบ่งออกเป็นอีกหลายสายพันธ์ย่อยๆ
แต่มีเพียงบางสายพันธ์ย่อยเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็น “โปรไบโอติก” ดังนั้น
อาหารโปรไบโอติก คือ อาหารที่มีส่วนผสมของ “โปรไบโอติก” ซึ่งที่เราคุ้นเคย คือ นมเปรี้ยว
และโยเกิร์ต
“โปรไบโอติกส์” โดยทั่วไปเป็นแบคทีเรียประจำถิ่น
(normal flora) ในลำไส้ใหญ่ของทุกคน
ซึ่งในกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก
และลำไส้ใหญ่ของทุกคน มีแบคทีเรียประจำถิ่นหลากหลายชนิดรวมกันอยู่เป็นหลายๆ ล้านตัว
คิดเป็นสัดส่วนมีสูงกว่าเซลล์ต่างๆ ในร่างกายถึง 10 เท่า
โดยมีอยู่น้อยกว่ามากในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็ก แต่มีอยู่มากมายในลำไส้ใหญ่
ซึ่งการมีสุขภาพที่ดีขึ้นกับสมดุลของแบคทีเรียเหล่านี้กับเซลล์เยื่อบุลำไส้
และกับระบบภูมิคุ้มกันต้านทานโรคของร่างกาย
(ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการสร้างในบริเวณลำไส้ต่างๆ โดยเฉพาะลำไส้ใหญ่)
ประโยชน์ของ “โปรไบโอติกส์”
จากการศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่า
“โปรไบโอติกส์” ในปริมาณที่เหมาะสมได้สมดุล
-ช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียที่ก่อโรค
-ช่วยกำจัดสารพิษต่างๆ รวมทั้งสารก่อมะเร็ง
-ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรค
โดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร โรคท้องเสียในเด็กอ่อน โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
และโรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
-ช่วยลดการอักเสบในลำไส้
-ช่วยสร้างและช่วยการดูดซึมวิตามิน และเกลือแร่หลายชนิด เช่น
วิตามิน เค (ช่วยการแข็งตัวของเลือด) และวิตามิน บี
-ช่วยลดโอกาสเกิดโรคภูมิแพ้ และอาจช่วยลดการดูดซึมไขมัน คอเรสเตอรอล
(cholesterol)

