อภินิหาร “ช้างเอราวัณ” หรือ “ช้างสามเศียร” เขาว่าให้หวยแม่น
ไม่เชื่ออย่าลบหลู่
ใครที่ผ่านไปผ่านมาโดยใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทตั้งแต่บางนา
ไปจนถึงจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อถึงวัดไตรสามัคคี จะแลเห็นพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณอันใหญ่โตมโหฬารจะรู้สึกแปลกใจกับปรากฏการณ์ใหม่ของสถานที่แห่งนี้
เพราะจะมีผู้คนมากมายทั้งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ จอดกันเต็มสองฟากถนน
โดยเฉพาะวันที่หวยออกจะยิ่งเห็นผู้คนมากมายมาเซ่นไหว้สักการะ เพื่อขอหวยกัน
ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถูกหวยรวยตามๆ กัน จนทำให้มีเสียงเล่าลือว่า “ช้างเอราวัณ”
ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีหลายคนขนานนามให้ว่า "ช้างให้หวยแม่น"
ที่มาของ “ช้างให้หวยแม่น” เริ่มมาจากเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานก่อสร้างและคนงานก่อสร้างได้ถูกล็อตเตอรี่บ่อยครั้ง
จนเป็นที่ล่ำลือของคนแถวนั้นบ้างก็ว่าหากจ้องมองที่เศียรช้างนานๆ
....ก็จะเห็นตัวเลข.....ลอยมา และหากตามซื้อหวยงวดนั้นก็ถูกกันเป็นแถว
แต่ที่เด็ดกว่านั้น และเล่าลือกันมาจนถึงปัจจุบัน
มีน้องนักศึกษคนหนึ่ง ได้นั่งรถเมล์ผ่านพิพิธภัณฑ์ช้างทุกวัน และวันหนึ่งซึ่งเป็นวันที่หวย เธอมองที่ช้างและได้อธิฐานในใจว่า
“เจ้าประคู้น..งวดนี้ขอให้ถูกรางวัลที่ 1 ทีเถิด แล้วจะยอมให้ช้าง...!!! ... 1 ที”
เมื่อเธอกลับถึงบ้านก็ได้โทรศัพท์คุยกับเพื่อนที่เป็นพยาบาล และเล่าคำอธิฐานอันอุตริของเธอให้เพื่อนฟัง
และบอกว่าถ้าเป็นจริง เธอจะแก้บนได้อย่างไร ปรากฏว่า งวดนั้น เธอถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่
1 จริงๆ ซึ่งในคืนวันที่ล็อตเตอรี่ออกนั้น
รุ่งขึ้นตอนเช้ามีคนพบศพของเธอในห้องนอน สภาพศพ คอเขียวคล้ำ เหมือนถูกบีบจนคอหมุนได้
และอวัยวะเพศฉีกขาดเหมือนกับถูกข่มขืน ซึ่งหากถูกข่มขืนจริงก็ไม่น่าจะรุนแรงมากถึงขนาดนั้น
และเมื่อชันสูตรพลิกศพแล้ว ไม่พบคราบอสุจิในร่างของหญิงสาวผู้เคราะห์ร้ายผู้นั้น จากคำให้การของเพื่อนสนิทที่เล่าเรื่องคำอธิฐาน
จึงทำให้ผู้คนที่รู้ข่าวสงสัยว่า ฤๅคำอธิฐานนั้นจะเป็นจริง จึงต้องสังเวยชีวิตด้วยคำบนบานศาลดังกล่าว
ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคนปากน้ำที่ได้เคยบนไว้
โดยอธิฐานขอให้ถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 และก็ถูกรางวัลที่ 1 จริงๆ บางคนที่มักน้อยขอถูกรางวัล
เพียงแค่ให้มีเงินจ่ายค่าเทอมลูก 7,000-8,000 บาทก็มี ส่วนคนที่สมหวังมักจะมาแก้บนตามที่เคยบนไว้
แต่ที่น่าสังเกตอีกอย่างคือ ในแต่ละคืนจะมีรถยนต์ราคาแพงมาจอดไหว้ช้างสามเศียรอยู่หลายคัน
ซึ่งรปภ.เล่าว่า บางคืนตอนดึกๆ จะมีคนถอดเสื้อผ้าลงมาจากรถเก๋ง
มาเต้นหรือรำอยู่หน้าบริเวณช้างเหมือนกับคำเล่าลือเรื่องแก้บนที่บริเวณศาลพระพรหมเอราวัณ
ซึ่งในแต่ละวันจะมีคนมาแก้บนโดยการจ้างละครมารำ 7 วัน 7 คืน บางรายจ้างคณะกายกรรม
หรือคณะเล่นกลมาแสดง และมีอยู่ครั้งหนึ่ง
ผู้แก้บนได้แจกเงินให้คนที่มาดูการแสดงแก้บนด้วยคนละ 100 บาท
จึงเป็นที่ฮือฮาของคนแถวๆ นั้นเป็นอย่างมาก
โดยเจ้าของสถานที่สร้างพิพิธภัณฑ์ช้างได้เล่าว่า
พิพิธภัณฑ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการบวงสรวงที่หน้าบริเวณก่อสร้างเลย
นับแต่วันที่มีคนมาแก้บนเพราะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1
หน้าบริเวณที่ก่อสร้างก็กลายเป็นที่ชุมนุมของผู้คนมากมายทุกวันทุกคืน
มีคนซื้อดอกไม้ ธูปเทียน พวงมาลัย กล้วย อ้อย และผลไม้อื่นๆ มาถวายให้ช้างสามเศียรอย่างต่อเนื่อง
บางวันต้องขนผลไม้เล่านี้ใส่รถไปให้สัตว์เลี้ยงประเภทกวาง ลิง ช้างที่เมืองโบราณซึ่งเป็นเจ้าของเดียวกัน
หรือบางครั้งถ้ามีมากก็จะนำไปบริจาคให้กับเด็กกำพร้า และบ้านเมตตากรุณา
การที่มีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมาสักการะช้างเอราวัณ
เพื่อมาขอโชคขอลาภ หรือมาขอในสิ่งที่ตนปรารถนา ซึ่งส่วนใหญ่มักจะได้ตามที่ตนเองอธิฐานไว้
ไม่ว่าจะเกิดจากบุญวาสนาหรือจากอภินิหารของช้างเอราวัณ ไม่มีใครสามารถอธิบายได้
นอกจากคุณจะลองไปสัมผัสด้วยตนเอง



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น