วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2559

สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน (สูตรที่ 2) โครงการควบคุมอาหาร 13 วัน ลด 13 กิโล





สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน (สูตรที่ 2) 

โครงการควบคุมอาหาร 13 วัน ลด 13 กิโล ใครก็ทำได้



โครงการนี้จัดทำขึ้น เพื่อปรับปรุงการเผาผลาญอาหารของร่างกายหลังจากครบ 13 วันแล้วจะรับประทานอาหารได้ตามปกติ น้ำหนักจะไม่ขึ้นเป็นเวลา 2 ปี

ข้อสำคัญ
หากทำตามตารางนี้ อย่างเคร่งครัดจะลดน้ำหนักได้ ประมาณ 7-20 กิโลกรัม ปริมาณอาหารในช่วงควบคุมจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ท่านไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสุขภาพ เพราะส่วนที่ขาดภายในร่างกายจะทำปฏิกิริยาการเผาผลาญไขมันที่สะสมไว้ตามร่างกายมาใช้เป็นพลังงานทดแทน
ระยะเวลา 13 วันนี้ ห้ามดื่มเบียร์ ไวน์ สุรา ขนมหวาน หมากฝรั่ง ลูกอม หรืออาหารอื่นๆ แม้เพียงเล็กน้อยการควบคุมอาหารครั้งนี้จะไม่บังเกิดผลใดๆ เลย และถ้าจะเริ่มต้นใหม่ต้องทำกระทำหลังจาก 3 เดือนไปแล้ว
ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สามารถควบคุมได้ครบ 13 วัน ท่านจะเป็นผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนตามที่ต้องการ และถ้าต้องการควบคุมอีกต้องหลังจาก 1 ปี ไปแล้ว แต่ถ้าเลย 2 ปีไปแล้วจะดีที่สุด
ข้อแนะนำ หากคุณรู้สึกหิวนอกเหนือจากเวลาที่กำหนดให้ดื่มน้ำมากๆห้ามดื่มหรือทานอาหารอย่างอื่นแทน

หมายเหตุ
- ผักต้มถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดี (ใช้ผักกาดขาวหรือกวางตุ้งแทนได้ )
- มะเขือเทศผลใหญ่ 1 ผล ถ้าผลเล็กใช้ 3 ผล
- เนื้อไก่อบ ใช้เนื้อสันหรือเนื้อหน้าอกไม่ติดหนัง 2 ขีด
- ผักสลัดใช้ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูกหั่นรวมได้ผัก 1 จาน
- น้ำสลัดใส ใช้ 1 ถ้วย ( 3-4 ช้อนโต๊ะ หรือใช้น้ำสลัดน้ำข้นแทนก็ได้ )
- น้ำมะนาวใช้มะนาวสด 1-2 ผล ชงน้ำร้อนใส่เกลือ ใส่น้ำแข็งดื่มได้
- โยเกิร์ตถ้ามีรสจืดจะดีมาก ถ้าหาไม่ได้เลือกตามรสที่ชอบ
- ผลไม้สด 1 ผล เช่น แอปเปิ้ล ชมพู่ มะม่วง ส้มเขียวหวาน กล้วย
- ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงก็ได้
- น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 2-3 ลิตร
นอกเหนือจากรายการอาหารนี้ถ้าหิวให้ดื่มน้ำเปล่าแทนได้อย่างเดียว
เอาชนะตัวเอง ถือว่าเป็นเลิศ

>>>>เอาชนะความหิว หิวแล้วไม่ตาย>>>>



สูตร 13 วัน ลด 13 กิโลกรัม


วันที่ 1
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3ขีด มะเขือเทศ 1ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 2
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 3
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1ผล ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 4
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง

วันที่ 5
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว ( ส้มตำ )
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส

วันที่ 6
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 7
อาหารเช้า - ชา 1 ถ้วย ไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำเปล่าอย่างเดียว
อาหารเย็น - เนื้อหมูอบ 2 ขีด ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 8
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง ผักกาดต้ม 3 ขีด มะเขือเทศ 1ผล
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 9
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน)
อาหารเที่ยง - เนื้อหมูอบ 2 ขีด โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว

วันที่ 10
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย ( ไม่ใส่น้ำตาล ) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง เนื้อหมูอบ 1 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว
อาหารเย็น - คื่นไช่ต้มสุก 3 ขีด มะเขือเทศ 1ผล ผลไม้สด 1 ผล

วันที่ 11
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - น้ำส้มคั้น 1แก้ว โยโกิร์ต 1 ถ้วย
อาหารเย็น - ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง แครอทสด 1 หัว นมรสจืด 1 กล่อง

วันที่ 12
อาหารเช้า - แครอทสด 1 หัว ราดด้วยน้ำมะนาว
อาหารเที่ยง - เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด ( นึ่งด้วยน้ำมะนาว ใส่คื่นไช่ 1 ต้น )
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส

วันที่ 13
อาหารเช้า - กาแฟดำ 1 ถ้วย (น้ำตาล 1ก้อน) ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
อาหารเที่ยง - ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง แครอทสด 1 หัว
อาหารเย็น - เนื้อไก่อบ 2 ขีด ผักสลัดน้ำใส น้ำมะนาว


สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน 9 กิโล ใน 7 วัน

สูตรลดน้ำหนักพระราชทาน 9 กิโล ใน 7 วัน
สูตรพระราชทานของสมเด็จพระเทพฯ ที่ลดน้ำหนักได้ 9 กิโลกรัม ภายใน 1 สัปดาห์
ก่อนอาหารต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว งดน้ำตาล น้ำมันหมู แอลกอฮอล ของทอดทุกชนิด


วันที่ 1
เช้า : น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก

วันที่ 2
เช้า : น้ำผลไม้คั้น หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก

วันที่ 3
เช้า : กาแฟไม่ใส่น้ำตาล หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน : เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม(หมู, เนื้อ)
เย็น : สลัดผัก

วันที่ 4
เช้า : น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน : สลัดผัก และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น : โยเกิร์ต 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า : น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1
กลางวัน : ส้มตำ และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น : สลัดผัก

วันที่ 6
เช้า : น้ำผลไม้คั้น หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน : ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น : สลัดผัก

วันที่ 7
เช้า : ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น หรือไข่ต้ม 1ฟอง
กลางวัน : เกาเหลาลูกชั้น 1 ชาม (หมู, เนื้อ)
เย็น : สับปะรด 1 ชิ้น
สูตรแรกแค่ 7 วันเท่านั้นนะคะ

((ผลขึ้นกับสภาพร่างกายและระเบียบวินัยในการทำโครงการค่ะ))

************************
ขอบคุณแหล่งที่มา : http://www.dek-d.com

วันอังคารที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2559

สาวๆ สมัยนี้ต้องไปเรียนแม้ไม้เมียไทยเอาไว้


  สาวๆ ที่มีแฟนเจ้าชู้ และไม่เชื่อฟังโอวาทเมีย 

ให้ไปฝึกเรียนแม่ไม้เมียไทยเอาไว้นะค่ะ 

จะได้คอยกำหราดคุณสามี 

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

รู้แล้วเปลี่ยน 10 เหตุผลที่ทำไมคุณสาวๆ ลดน้ำหนักไม่ลงสักที

รู้แล้วเปลี่ยน 10 เหตุผลที่ทำไมคุณสาวๆ ลดน้ำหนักไม่ลงสักที


รู้ไหมว่า ทำไม คุณไม่ผอมสักที มีอะไรบ้าง ? วันนี้กระปุกดอทคอมมีคำตอบมาให้คุณสาว ๆ กันแล้ว ถ้ารู้แล้วรีบเปลี่ยนตัวเองด่วน ๆ เลย
          สาว ๆ คนไหนเป็นกันบ้างไหมคะ ลดน้ำหนักเท่าไร ออกกำลังกายเท่าไร แต่ก็ไม่ผอมลงสักที เผลอ ๆ น้ำหนักขึ้นเสียอีกด้วยซ้ำ แบบนี้เป็นเพราะอะไรกันนะ ? ถ้าอยากรู้ วันนี้กระปุกดอทคอมมีเหตุผลมาบอกสาว ๆ กันแล้วค่ะ ดูสิว่าคุณกำลังมีพฤติกรรมหรือกำลังเป็นแบบนี้อยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ ! ก็รีบเปลี่ยนตัวเองกันด่วน ๆ เลยค่ะ เพราะนี่แหละ... คือเหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที

เหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที

 1. ถามตัวเองสิว่า ควบคุมอาหาร หรืออดอาหาร

          ควบคุมอาหาร กับอดอาหาร ในที่นี้ไม่เหมือนกันนะคะสาว ๆ เพราะการอดอาหารนั้นไม่ใช่วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้องเลย แต่จะกลับกลายเป็นโทษเสียอีก เพราะไหนจะเสี่ยงกับโรคกระเพาะแล้ว ยิ่งคุณอดอาหารบ่อย ๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายของคุณเสียไปด้วย ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องทำก็คือ รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ "อย่าอด" แต่ต้อง "ควบคุม" โดยให้งดของมัน ของทอด กะทิ ไขมัน น้ำตาล หรือแม้แต่ข้าวก็ควรทานให้น้อยลง ซึ่งในแต่ละวันควรคำนวณให้ร่างกายได้รับพลังงานอย่างน้อยวันละ 1,500-1,800 แคลอรีก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ทั้งนี้ก็อย่าลืมออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันเป็นประจำด้วยนะคะสาว ๆ

 2. ออกกำลังกายเพียงพอแล้วหรือยัง

          สำหรับการออกกำลังกาย หากใครที่คิดว่าแค่เหงื่อออกหรือแค่รู้สึกเหนื่อยก็พอแล้ว นั่นถือเป็นความคิดที่ผิดเลยนะคะสาว ๆ เพราะการออกกำลังกายเพื่อเผาผลาญไขมันส่วนเกินนั้น อย่างน้อยคุณต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องให้นานถึง 45 นาที และนอกจากนี้ควรจะเพิ่มการออกกำลังกายให้หนักขึ้นด้วย อย่างเช่น จากเดินก็เปลี่ยนมาเป็นการวิ่ง หรือจะหันมาปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นแอโรบิกแทนก็ได้ค่ะ เพราะวิธีออกกำลังกายเหล่านี้จะช่วยให้คุณเผาผลาญไขมันได้เยอะเลยทีเดียว

เหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที

 3. ขาดวินัยในตัวเอง

          บางคนอาจจะขาดวินัยในตัวเองในเรื่องการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย เพราะบางครั้งหลาย ๆ คนก็อาจจะเผลอกินเยอะ กินของที่ชอบตามใจปาก เพียงแค่คิดว่ากินแล้วค่อยไปออกกำลังกายเอาทีหลัง แต่ลืมคิดไปว่าอาหารบางอย่างที่กินเข้าไปนั้นให้พลังงานสูง กว่าจะเบิร์นออกได้นั้นต้องใช้เวลาออกกำลังกายไม่น้อยเลยทีเดียว และบางครั้งหลายคนก็รู้สึกขี้เกียจออกกำลังกาย ผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อย ทำบ่อย ๆ เข้าน้ำหนักก็ไม่ลดเสียที
 4. เครียดเกินไปใช่ไหม

          ปัจจัยเรื่องความเครียดถือเป็นปัญหาหลัก ๆ ที่ทำให้ผู้หญิงอ้วนได้ง่ายที่สุด เพราะถ้าคุณเครียดสะสมมาก ๆ ความเครียดจะไปกระตุ้นความอยากอาหารให้มีมากขึ้น ทำให้คุณต้องหาอะไรกินบ่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่กินอิ่มแล้วแต่ก็ยังอยากจะหาอะไรกินอยู่เรื่อย ๆ และเผลอ ๆ น้ำหนักของคุณก็อาจจะเพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

เหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที

 5. พักผ่อนไม่เพียงพอก็มีผลนะ

          การนอนไม่หลับหรือพักผ่อนไม่เพียงพอก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณลดน้ำหนักไม่สำเร็จเช่นเดียวกันค่ะ เพราะคนที่นอนน้อย หรือนอนไม่หลับจะส่งผลให้ฮอร์โมนที่ควบคุมความอิ่มหรือความอยากอาหารเสียสมดุล อีกทั้งยังทำให้ระบบเผาผลาญตอนนอนทำได้ไม่เต็มที่ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้น้ำหนักลดลงได้ยาก

 6. ชีวิตนี้ขาดน้ำอัดลม น้ำหวานไม่ได้

          สาว ๆ คนไหนที่ชื่นชอบการดื่มน้ำอัดลม น้ำหวานเป็นชีวิตจิตใจ บอกเลยว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้การลดน้ำหนักของคุณเป็นเรื่องยากแล้วล่ะค่ะ เพราะรู้ไหมคะว่าในน้ำอัดลม น้ำหวาน หรือแม้แต่น้ำชา กาแฟที่มีวางขายอยู่ทั่วไปนั้นมีปริมาณน้ำตาลอยู่เพียบ ! ดังนั้นถ้าคุณอยากจะลดน้ำหนักให้ได้ก็ควรตัดใจงดของเหล่านี้ด้วย และหันมาดื่มน้ำเปล่าแทน นอกจากจะช่วยให้น้ำหนักลดลงได้ง่าย ๆ แล้วยังดีต่อสุขภาพอีกด้วย

 7. ลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี

          วิธีลดน้ำหนักนั้นมีมากมายร้อยแปดวิธี ซึ่งคนเราแต่ละคนจะลดน้ำหนักด้วยวิธีไหนให้ได้ผลก็ย่อมแตกต่างกันไป ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยว่าทำไมวิธีนั้นคนนั้นทำแล้วได้ผล แต่เราทำแล้วทำไมไม่ได้ผล สาเหตุก็เป็นเพราะว่าร่างกายของเรานั้นแตกต่างกับคนอื่นเขา ระบบเผาผลาญ ระบบย่อยในร่างกายแตกต่างกัน บางคนเป็นโรคบางอย่าง บางคนร่างกายแข็งแรง ดังนั้นเราจึงต้องหาวิธีการลดน้ำหนักให้เหมาะสมกับโครงสร้างร่างกายของเรา รวมถึงนิสัย และรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันด้วย

เหตุผลที่ทำให้คุณไม่ผอมสักที

 8. คุณยังไม่มีแรงบันดาลใจมากพอ

          หลาย ๆ คนอาจจะเห็นว่าการลดน้ำหนักเป็นเพียงเพราะกระแสนิยม แค่เห็นคนนั้นลด เห็นคนนี้ลด เลยอยากทำกับเขาบ้าง แต่ความตั้งใจและแรงบันดาลใจยังมีไม่มากพอ หรือพูดง่าย ๆ ว่าคุณยังอยากผอมไม่มากพอนั้นเอง ซึ่งต่างจากคนที่มีเป้าหมายและความมุ่งมั่นชัดเจน อย่างเช่น ผู้หญิงคนหนึ่งโดนทิ้งเพราะอ้วนเกินไป จึงตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อที่จะพิสูจน์ว่าสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูดีขึ้นได้ เป็นต้น ดังนั้นถ้าคุณอยากจะลดน้ำหนักให้ได้ผลแบบคนอื่นเขาบ้างก็ถึงเวลาแล้วล่ะค่ะ ที่คุณจะต้องหาแรงบันดาลใจจริง ๆ จัง ๆ ให้กับตัวเองเสียที

 9. ตัวเลขน้ำหนักไม่ลดจึงหมดไฟ

          บ่อยครั้งที่หลายคนทุ่มเทให้กับการออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว แต่เมื่อไปชั่งน้ำหนักกลับพบว่าน้ำหนักไม่ลดลงหรือลดลงน้อยกว่าที่ตั้งใจไว้ จึงทำให้ท้อใจจนกลายเป็นหมดไฟและไม่อยากจะลดน้ำหนักต่อ ซึ่งใครที่กำลังมีปัญหานี้อยู่ให้เลิกสนใจตัวเลขบนตาชั่งไปได้เลยค่ะ แล้วหันมาสนใจผลลัพธ์ในเรื่องรูปร่างแทนจะดีกว่า ทั้งนี้ให้ลองอีกสักตั้งด้วยการเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายเสียใหม่ หรือออกกำลังกายให้หนักกว่าเดิม นอกจากจะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันได้ดีมากขึ้นแล้ว เผลอ ๆ น้ำหนักของคุณจะลดลงได้แบบไม่รู้ตัว

 10. มีโรคประจำตัว

          สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว ก็อาจจะมีผลต่อการลดน้ำหนักได้ อย่างเช่น โรคความดัน, เบาหวาน, ไทรอยด์, คอเลสเตอรอล รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับต่อมผลิตฮอร์โมนต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหารและระบบเผาผลาญในร่างกาย ซึ่งใครที่มีโรคประจำตัวเหล่านี้ หากลองลดน้ำหนักด้วยตัวเองแล้วไม่ได้ผล ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาและขอคำแนะนำเกี่ยวกับการออกกำลังกายที่เหมาะกับตัวเองจะดีที่สุด


ขอบคุณแหล่งที่มา : http://health.kapook.com/

ลดน้ำหนักพลิกชีวิต มาดูวิธีออกกำลังกายและแบ่งมื้ออาหารที่คุณต้องทึ่ง!!

ลดน้ำหนักพลิกชีวิตภาค 2 มาดูวิธีออกกำลังกายและแบ่งมื้ออาหารที่ต้องทึ่ง!!

 สูตรลดน้ำหนัก
แชร์ประสบการณ์ลดน้ำหนักอันน่าทึ่ง เปลี่ยนพุงกลม ๆ เป็นหน้าท้องแบน ๆ สุดฟิต แอนด์ เฟิร์ม ด้วยการเล่นเวทและคาร์ดิโอ พร้อมทำอาหารเพื่อสุขภาพทานเอง

          หากใครได้ติดตามกระทู้ "ลดน้ำหนักพลิกชีวิต ด้วยเมนูไดเอตเกือบคลีน พร้อมวิธีทำ 30 เมนู !"คงต้องทึ่งกับ คุณสมาชิกหมายเลข 1433149 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่สามารถลดน้ำหนักตัวเองด้วยการออกกำลังกายและทำอาหาร (เกือบ) คลีนทานเองทุกวัน จนเปลี่ยนสาวร่างใหญ่ให้กลายเป็นสาวหุ่นเท่ ฟิต แอนด์ เฟิร์ม ได้ภายในเวลาปีกว่า ๆ หลายคนแทบไม่เชื่อเลยว่านี่คือคนเดียวกัน แต่เจ้าของกระทู้ก็คอนเฟิร์มว่าเป็นคนเดียวกันแน่นอน พร้อมกลับมาแชร์วิธีลดความอ้วนของเธออีกครั้งผ่านกระทู้พันทิป คราวนี้อธิบายถึงวิธีการออกกำลังกายในแต่ละวันที่เธอใช้เล่นเวทร่วมกับคาร์ดิโอ พร้อมแบ่งมื้ออาหารทานไปด้วย ชักสนใจแล้วใช่ไหมคะว่าเธอทำได้อย่างไร มาติดตามกันต่อเลย


          ลดน้ำหนักพลิกชีวิต 2 วิธีออกกำลังกายและแบ่งมื้ออาหาร โดย คุณสมาชิกหมายเลข 1433149 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
          มาแล้ว ตามสัญญาค่ะ กระทู้นี้จะพูดถึงวิธีการแบ่งมื้ออาหาร และท่าออกกำลังกาย จากกระทู้ก่อน หลายท่านไม่เชื่อว่า ก่อนและหลังเป็นคนเดียวกัน 5555 และน้ำหนักลดไปแค่ 9 กิโล ทำไมถึงดูแตกต่างกันมาก

          อย่างที่เรารู้ ๆ กันค่ะ ว่าขนาดของไขมันและกล้ามเนื้อ เปรียบเทียบในน้ำหนักเท่ากันขนาดจะแตกต่างกันมาก จริง ๆ ข้าวน้ำหนักลดตั้งแต่ 6 เดือนแรกที่เริ่มคุมอาหาร แต่ค้างอยู่แบบนี้ ไม่เพิ่มไม่ลดไปกว่านี้ เพราะข้าวออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา

          ข้าวใช้เวลาออกกำลังกาย 5-6 วัน/สัปดาห์ ครั้งละ 1-2 ชม. ค่ะ เผื่อใครยังไม่ได้ดูกระทู้ที่แล้ว ข้าวขอแปะรูปก่อนและหลังลดน้ำหนักเพิ่มเติมไว้นะคะ 
          ป.ล. มีบางภาพที่มีความน่ากลัวบ้าง 555 โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม 

          มีหลายท่านอยากให้เขียนเพิ่มว่าเพราะอะไรข้าวถึงคิดเปลี่ยนแปลงตัวเอง อันดับแรกเลยค่ะ ข้าวเคยขี้เกียจมาก กิน ๆ นอน ๆ จนเป็นกรดไหลย้อน ซึ่งทุกครั้งที่หลับจะต้องสะดุ้งตื่น เพราะกรดไหลย้อน มันทรมานมาก ๆ นอนไม่ได้เลย แสบร้อนไปหมด หายใจไม่ออก หายใจติดขัด บางวันหนักหน่อยก็ตื่นมาอาเจียนออก ถึงจะนอนได้ เลยคิดเปลี่ยนการใช้ชีวิต วิธีการกิน

          พอเริ่มปรับเปลี่ยน ก็อยากผอม อยากเฟิร์ม อยากมีกล้ามเนื้อ ข้าวจะพยายามหารูปคนหุ่นดี ๆ ดูก่อนนอนทุกวัน เพื่อที่ตื่นมาก็จะมีแรงบันดาลใจอยากทำให้ได้แบบฟิตเนสโมเดลเหล่านั้น พอทำบ่อย ๆ เข้าเหมือนมันเคยชิน วันไหนไม่ได้ไปฟิตเนสจะอยู่ไม่ถูกเลยค่ะ 555

          พอออกกำลังกายหนัก ๆ เวลาจะหยิบอะไรเข้าปาก มันจะคิดแล้วคิดอีก เพราะเราจะเห็นตัวเลขบนเครื่องคาร์ดิโอต่าง ๆ ว่ากว่าจะเบิร์นได้ซักแคลนึงมันใช้เวลาและเหนื่อยแค่ไหน 

          มาเริ่มกันที่ก่อนลดก่อน น้ำหนักก่อนลดอยู่ที่ 64-65 กิโลกรัมค่ะ กิจวัตรประจำวันจะมีแค่กินและนอน ตัวใหญ่และหนามาก+หน้าบวมค่ะ 5555

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

          หลังจากเริ่มออกกำลังกายค่ะ ลดมานิดหน่อย 

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

          แล้วก็หลังจากลดแล้ว ปัจจุบันน้ำหนักอยู่ที่ 53-55 กิโลกรัมค่ะ (ป.ล.ข้าวสูง 170 นะคะ)

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

สูตรลดน้ำหนัก

วิธีการทานของข้าวนะคะ
          ใน 1 วัน ข้าวจะทานทุก 2-3 ชม. โดยตื่นนอน จะทานข้าว 1 มื้อ เมนูดูได้ในกระทู้ที่แล้วนะคะ (ลดน้ำหนักพลิกชีวิต ด้วยเมนูไดเอตเกือบคลีน พร้อมวิธีทำ 30 เมนู !) ตั้งเวลาทานทุก 2-3 ชม. 

          มื้อที่ 2 จะเป็นเบรก เช่น ผลไม้ 1 จานเล็ก, โยเกิร์ต, ไข่ต้ม, นม 

          - ผลไม้ ตัวอย่างเช่น แตงโม เมลอน ฝรั่ง สับปะรด 

          มื้อที่ 3 จะเป็นข้าวอีกเช่นกันค่ะ 

          มื้อที่ 4 จะเป็นจำพวกโปรตีน+คาร์บ (ลดปริมาณคาร์บลงค่ะ เหลือเป็นข้าวประมาณ 1 ทัพพีเล็กหรือพวกเผือกมันแทน)

          - พวกไก่อบ ไก่ย่าง หรือเป็นไข่ขาวกริลล์กับกระทะ

          มื้อสุดท้ายเป็นผลไม้ค่ะ ซะส่วนใหญ่เลย ข้าวชอบทานผลไม้ก่อนนอน หลังจากทานมื้อสุดท้ายจะทิ้งช่วง 2-3 ชม. ตามความเหมาะสม ถ้าทานเยอะก็รอย่อยนานหน่อยทำแบบนี้สัปดาห์ละ 6 วันค่ะ เหลืออีก 1 วัน ทานตามใจปาก 5555 

          และเนื่องจากข้าวไม่ได้คลีนจ๋าแบบบางสาย ก็ลดความตบะแตกได้เยอะค่ะ เพราะข้าวยังพอทานอาหารแบบมีรสชาติบ้าง เพียงแต่พยายามปรุงรสไม่จัด 

          มาต่อที่การออกกำลังกายค่ะ ข้าวเล่นทุกอย่างค่ะ เวทแบบผู้ชายเลย 555, คาร์ดิโอ, โยคะบ้าง เพื่อลดความเครียดของกล้ามเนื้อ ข้าวอยากจะบอกผู้หญิงทุกท่านนะคะว่าเล่นเวทไม่ต้องกลัวมีกล้ามนะคะ เพราะมันขึ้นยากมาก ๆ ต้องเล่นหนักจริง ๆ และทานเยอะจริง ๆ มันถึงจะขึ้น เพราะงั้นอย่ากลัวไปนะคะ เพราะการลดน้ำหนักเฉพาะส่วนไม่มีจริง คาร์ดิโอแล้วอย่าลืมกระชับกล้ามเนื้อด้วยเวทนะคะ 

          ข้าวจะคาร์ดิโอด้วยการวิ่งบ้าง เดินบ้าง ขึ้นเขาบ้าง แล้วแต่ร่างกายไหว แต่ทำสัปดาห์ละ 2-3 วันค่ะ ใน 1 ครั้งที่คาร์ดิโอ จะทำติดต่อกัน 50-60 นาทีค่ะ ข้าวเวททุกวัน โดยแบ่งเล่นวันละ 1 ส่วน 

วันจันทร์ เล่นอกค่ะ ตารางเล่นตามนี้เลยค่ะ 

สูตรลดน้ำหนัก

วันอังคารเล่นหลัง

สูตรลดน้ำหนัก

วันพุธเล่นไหล่ 

สูตรลดน้ำหนัก

วันพฤหัสบดีเล่นขา

สูตรลดน้ำหนัก

วันศุกร์เล่นแขน

สูตรลดน้ำหนัก

วันเสาร์เล่นหน้าท้อง 

สูตรลดน้ำหนัก

          เครดิตรูปจาก PIC LAB ค่ะ

          ขอบคุณทุกท่านที่รอติดตามข้าวนะคะ ดีใจมากที่เรื่องของข้าวช่วยให้หลาย ๆ ท่านอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ท้ายสุดนี้ อยากให้กำลังใจหลาย ๆ ท่านที่ท้ออยู่กับการลดน้ำหนัก เมื่อไรที่เราเหนื่อยเกินไป ให้เราพัก แล้วเราก็กลับมาเริ่มใหม่ แค่อย่าทิ้งมันไปแค่นั้นเอง แล้วความสำเร็จจะอยู่กับคุณ สู้ ๆนะคะ 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณสมาชิกหมายเลข 1433149 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
เฟซบุ๊ก aholic.ze

ขอบคุณที่มา : http://health.kapook.com/

10 เหตุผลที่เป็นต้นตอ ทำให้หน้าท้องไม่ยุบสักที!!


10 เหตุผลที่เป็นต้นตอ ทำให้หน้าท้องไม่ยุบสักที!!



วิธีลดหน้าท้อง

10 เหตุผลตัวร้าย ลดหน้าท้องยังไงก็ไม่ยุบสักที จริง ๆ แล้วมีโรคร้ายเข้ามาเกี่ยวข้อง



          วิธีลดหน้าท้องให้แบนราบกี่กระบวนท่าก็ไม่เห็นผล ใครพยายามลดหน้าท้องอยู่แต่ผลลัพธ์ไม่คืบสักเท่าไร อาจเป็นเพราะคุณมีเหตุผลตัวร้ายคอยขัดขวางให้ลดหน้าท้องไม่สำเร็จอยู่ก็ได้

          ปัญหาน้ำหนักตัวยังไม่ทำให้หนักใจเท่าปัญหาหน้าท้องที่ล้ำหน้าออกมาเกินขีดจำกัดเลยว่าไหมคะ เพราะต่อให้มีรูปร่างสมส่วนแต่มีหน้าท้องป่อง ๆ แถมมาด้วยก็ใส่เสื้อผ้าไม่สวยแน่ ๆ ที่สำคัญใครกำลังพยายามลดหน้าท้องมานานแล้วแต่ผลลัพธ์กลับไม่คืบหน้า ข้อมูลทางการแพทย์จาก เว็บไซต์ไทม์  ก็เผยว่า อาจเป็นเพราะ 10 เหตุผลตัวร้ายเหล่านี้คอยขัดขวางให้คุณลดหน้าท้องไม่สำเร็จสักทีก็เป็นได้

          อีกทั้งการมีหน้าท้องนูน ๆ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 2 และโรคมะเร็งได้ด้วยนะ เอ้า ! ถ้าอย่างนั้นรีบมาลดหน้าท้องกันด่วนเลย 
    1. อายุมากขึ้น

          อายุยิ่งมากก็ยิ่งลดหน้าท้องยากมากขึ้น นั่นเป็นเพราะกลไกธรรมชาติของร่างกายทำงานได้ช้าลง ด้อยประสิทธิภาพตามอายุการใช้งาน โดยเฉพาะคุณสาว ๆ ที่ก้าวเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเทอโรนจะถูกผลิตน้อยลง ส่งผลให้ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนมีอัตราสูงขึ้นอย่างช้า ๆ ซึ่งความแปรปรวนของฮอร์โมน ณ จุดนี้ก็อาจเหนี่ยวรั้งให้ผู้หญิงควบคุมน้ำหนักตัวได้ยาก รวมทั้งหน้าท้องก็จะขึ้นง่ายแต่ทำกลับให้แบนราบเหมือนเดิมลำบาก ทว่าแม้เราจะไม่สามารถต้านทานธรรมชาติได้ แต่ถ้าดูแลตัวเองได้ดี กินอาหารที่มีประโยชน์ ลดไขมัน ลดแป้ง และออกกำลังกายสม่ำเสมอ หน้าท้องแบนราบในช่วงเลยวัยรุ่นมาแล้วก็ไม่ใช่เรื่องยากเกินความตั้งใจหรอกนะคะ

วิธีลดหน้าท้อง

    2. ออกกำลังกายผิดวิธี

          การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโออย่างการว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน หรือการเคลื่อนไหวร่างกายเรียกเหงื่อทั่วไปอาจดีกับหัวใจเป็นอย่างมาก แต่นั่นไม่เพียงพอให้คุณลดน้ำหนักและกระชับสัดส่วนได้มากอย่างที่คิดไว้ เพราะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอช่วยเบิร์นได้แค่ไขมันบางส่วนเท่านั้น ซึ่งหากจะให้ดีควรต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอควบคู่ไปกับการเล่นเวท เนื่องจากการเล่นเวทจะช่วยเบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อไปในตัว ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่ครอบคลุมมากกว่า แถมยังช่วยให้คุณฟิตเฟิร์มส่วนเกินให้กลับมาเชฟบ๊ะได้ง่ายกว่า

          โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายก็แนะนำให้ออกกำลังกายระดับปานกลาง (Moderate-Intensity Exercise) หรือการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องนาน 30-60 นาที/ครั้ง ให้ได้ประมาณ 250 นาที/สัปดาห์ หรืออีกทางเลือกหนึ่งก็พยายามออกกำลังกายแบบเข้มข้นสูง (High-Intensity Exercise) ซึ่งจะเป็นการออกกำลังกายแบบเร็วและออกแรงสุดและค่อย ๆ ผ่อนให้ช้าสลับกันไปเป็นช่วง ๆ อย่างนี้ให้ได้สัปดาห์ละ 125 นาที

วิธีลดหน้าท้อง

    3. กินอาหารสำเร็จรูปมากเกินไป

          เหตุผลง่าย ๆ ที่เชื่อว่าเราทุกคนรู้กันดีอยู่กับใจ แต่ห้ามความอยากของปากไม่ได้สักที ดังนั้นก็คงไม่ต้องแปลกใจหากหน้าท้องของคุณจะมาเต็มขนาดนี้ ยิ่งกับคนที่ชอบดื่มน้ำหวาน อาหารฟาสต์ฟู้ด และอาหารประเภทแป้งขัดสีเป็นประจำ สารปนเปื้อนที่มาพร้อมกับกระบวนการแปรรูปอาหารเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงไปยังร่างกายของเรา สร้างข้อบกพร่องและอาการอักเสบจนเป็นเหตุให้หน้าท้องยื่นออกมา คราวนี้จะกลับไปลดหน้าท้องให้แบนราบก็คงยาก ถ้ายังไม่ปรับพฤติกรรมรับประทานอาหารของตัวเองสักที

    4. รับประทานไขมันชนิดไม่ดีเป็นส่วนใหญ่

          ไขมันไม่ใช่อาหารต้องห้ามของร่างกาย แค่ต้องรับประทานให้เป็น ซึ่งนอกจากจะต้องจำกัดปริมาณไขมันให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้ว ก็ควรต้องเลือกกินไขมันให้ถูกชนิดด้วย โดยไขมันชนิดดีที่ควรรับประทานก็ได้แก่ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fats) ประเภทไขมันจากอะโวคาโด น้ำมันมะกอก เป็นต้น และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fats) ประเภทไขมันจากเมล็ดดอกทานตะวัน ไขมันจากปลา ไขมันจากถั่วชนิดต่าง ๆ ซึ่งมักจะมีโอเมก้า 3 ปะปนอยู่มาก และหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมันอิ่มตัวอย่างไขมันจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ติดมัน และไขมันจากผลิตภัณฑ์นม เนื่องจากไขมันอิ่มตัวประเภทนี้จะเข้าไปสะสมอยู่ในช่องท้อง กลายเป็นไขมันที่เกาะอยู่ภายในอวัยวะ (Visceral Fat) เป็นที่มาของรอบเอวหนา ๆ และเซลลูไลท์นั่นเองจ้า

วิธีลดหน้าท้อง



    5. ไม่จริงจังกับการออกกำลังกาย

          การออกกำลังกายเอาชนะไขมันและความอ้วนได้จริง เพียงแต่เราต้องใส่ความมุ่งมั่นตั้งใจกับการออกกำลังกายให้มาก ไม่ใช่ว่าเหนื่อยก็พัก หนักก็พอ แต่ต้องออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง และหากอยากเห็นผลลัพธ์เป็นหน้าท้องแบนราบเร็ว ๆ ผลวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ในวารสาร Medicine and Science in Sports and Exercise ก็เผยว่า การออกกำลังกายแบบความเข้มข้นสูง (High-Intensity Workout) ช่วยลดหน้าท้องได้ดีกว่าการออกกำลังกายแบบอื่น ๆ แถมยังใช้เวลาเบิร์นไขมันส่วนเกินน้อยกว่าอีกต่างหาก ที่สำคัญพอลดหน้าท้องได้สำเร็จแล้วก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ หยุดออกกำลังกายไปซะดื้อ ๆ นะคะ เพราะไม่เช่นนั้นหน้าท้องก็มีโอกาสกลับมาหาคุณอีกไม่ยาก

    6. เครียดพาอ้วน

          ความเครียดไม่เคยดีต่อสุขภาพเลยสักนิดเดียว เพราะนอกจากจะโน้มน้าวให้ร่างกายอ่อนแรง เศร้าซึม จนอยากกินของหวานเพื่อปลุกความสดชื่นให้ร่างกายแล้ว เมื่อเครียดร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ออกมาเกินปกติ ทำให้ไขมันในเลือดพุ่งกระจายไปยังเซลล์ต่าง ๆ ก่อให้เกิดภาวะไขมันในช่องท้อง (Visceral Fat) ได้ง่ายขึ้น ทีนี้ก็ถึงตาหน้าท้องและไขมันส่วนเกินจะออกอาละวาดแล้วละ

วิธีลดหน้าท้อง
    7. พักผ่อนไม่เพียงพอ

          ผลวิจัยจากสถาบันสุขภาพนานาชาติของอเมริกาเผยว่า กลุ่มคนที่นอนน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีอัตราน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 30% หรือมากกว่านั้น ในขณะที่อาสาสมัครกลุ่มที่นอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ มีแนวโน้มน้ำหนักตัวลดลง ซึ่งก็สรุปได้ว่า คนที่นอนน้อยร่างกายจะเกิดการแปรปรวน กระบวนการเผาผลาญต่าง ๆ ก็ด้อยประสิทธิภาพลงจนเป็นเหตุให้มีโอกาสตุ้ยนุ้ยกว่าคนที่นอนหลับเต็มอิ่ม ดังนั้นต่อไปก็รีบเข้านอนเร็ว ๆ กันเถอะ

    8. คุณมีรูปร่างเป็นทรงแอปเปิล

          หากคุณเป็นคนที่ช่วงเอวหนากว่าส่วนสะโพกและบั้นท้าย รูปร่างลักษณะนี้เรียกว่าทรงแอปเปิล ซึ่งธรรมชาติของยีนลักษณะนี้จะบังคับให้คุณเป็นคนที่มีหน้าท้องโดยอัตโนมัติ แถมยังลดหน้าท้องได้ยากกว่าลักษณะอื่น ๆ อีกด้วย

วิธีลดหน้าท้อง

    9. ภาวะของโรคบางอย่าง

          ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบหรือ Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนออกมามากกว่าปกติ เป็นผลให้น้ำหนักขึ้นง่าย และมีภาวะผิดปกติในหลาย ๆ จุด โดยส่วนมากจะเกิดกับหญิงวัยเจริญพันธุ์ ซึ่งอาจทำให้คุณมีปัญหากับประจำเดือน ขนดก มีบุตรยาก ผิวหน้ามัน และเป็นสิวมากร่วมด้วย

    10. เพิกเฉยต่อไขมันหน้าท้อง

          หลายคนคิดว่าไขมันหน้าท้องที่นูนออกมาเล็กน้อยไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เลยไม่ได้ใส่ใจจะควบคุมอาหารหรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น อีกทั้งบางรายยังห่างไกลการออกกำลังมาก ๆ ด้วย ซึ่งจุดนี้อาจทำให้คุณลืมระมัดระวังตัวจากโรคร้ายกลุ่ม  NCDs หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ซึ่งมาพร้อม ๆ กับโรคอ้วนลงพุง และกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ร่างกายเริ่มแย่ไปแล้ว ฉะนั้นพยายามดูแลสุขภาพของตัวเองไว้ก่อนดีกว่านะคะ เหล่าอาหารไขมันสูง แป้งเน้น ๆ น้ำตาลแน่น ๆ หลีกเลี่ยงให้ไกลด่วนเลย แล้วอย่าลืมออกกำลังกายสลายพุงกันเป็นประจำด้วยล่ะ


          โรคอ้วนลงพุงอาจดูไม่ร้ายแรงแต่จริง ๆ แล้วแฝงไปด้วยปัญหาสุขภาพและโรคอันตรายอย่างโรคหัวใจ โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด โรคเบาหวาน และมะเร็งอีกหลายชนิด ดังนั้นทางที่ดีพยายามรักษาหน้าท้องให้แบนราบไร้ไขมันส่วนเกินกันดีกว่าเนอะ

WARIS ระเบิดไขมัน เปลี่ยนหุ่นหมูให้ดูดี 4 มิติ กระชับสัดส่วน ปลอดภัย 100% ปรึกษาโทร 086 366 0842

WARIS ระเบิดไขมัน เปลี่ยนหุ่นหมูให้ดูดี 4 มิติ กระชับสัดส่วน ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง ปรึกษาโทร 086 366 0842 เคล็ด(ไม่)ลับผลิตภัณฑ์ลดค...