คนอ้วนทั่วโลกทะลุ 641 ล้านคนเพิ่มขึ้น 6 เท่าจาก 40 ปีก่อน จีน-สหรัฐครองแชมป์คนอ้วนมากที่สุดในโลก
ผลการศึกษาที่ใช้ดัชนีมวลกาย
(BMI)
จากอังกฤษ ซึ่งเป็นดัชนีบ่งชี้ว่าน้ำหนักตัวพอดีหรือไม่
คำนวณจากการนำน้ำหนักเป็นกิโลกรัมหารด้วยส่วนสูงเป็นเมตรยกกำลังสอง หากคะแนนเกิน
25 ถือว่าน้ำหนักเกิน คะแนนเกิน 30 ถือว่าอ้วน และคะแนนเกิน 40 ถือว่าเป็นโรคอ้วน
มีปัญหาในการดำเนินชีวิตขั้นพื้นฐานอย่างการเดิน การหายใจ
ผลการศึกษาบีเอ็มไอในผู้ใหญ่
20 ล้านคนใน 186 ประเทศทั่วโลกพบว่า ผู้มีบีเอ็มไอเกิน 30 เพิ่มขึ้นจาก 105
ล้านคนในปี 2518 เป็น 641 ล้านคนในปี 2557 เป็นชายกว่า 1 ใน 10 คน และเป็นหญิง 1
ใน 7 คน ส่วนผู้มีบีเอ็มไอเกิน 40 มีทั้งหมด 55 ล้านคน คิดเป็นชายร้อยละ 1 และหญิงร้อยละ
2
บีเอ็มไอเฉลี่ยของคนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจาก
21.7 เป็น 24.2 สำหรับผู้ชาย และเพิ่มขึ้นจาก 22.1 เป็น 24.4 สำหรับผู้หญิง
เฉลี่ยแล้วเท่ากับคนทั่วโลกอ้วนขึ้น 1.5 กิโลกรัมในทุก 10 ปี
หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ต่อไปภายในปี 2568 โลกจะมีผู้ชายอ้วนร้อยละ 18 และผู้หญิงอ้วนร้อยละ
21 ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า
โรคอ้วนระบาดเป็นปัญหาที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมากเพราะต้องเสียเงินรักษาโรคที่เกี่ยวเนื่องหลายโรค
จำเป็นต้องมีมาตรการร่วมมือกันในระดับโลก
รวมถึงการทำให้อาหารแปรรูปและอาหารน้ำตาลสูงมีราคาแพงขึ้น
หากแยกเป็นประเทศพบว่า
ในบรรดาประเทศที่มีรายได้สูง ผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่นมีบีเอ็มไอต่ำที่สุด
ขณะที่ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันมีบีเอ็มไอสูงที่สุด
ส่วนประเทศที่มีคนอ้วนอาศัยอยู่มากที่สุดในโลกขณะนี้คือจีนและสหรัฐ อย่างไรก็ดี
ในภูมิภาคที่ยากจนของโลกยังคงมีปัญหาคนน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์ โดยพบเกือบ 1 ใน 4
ของคนในเอเชียใต้ และพบในสตรีร้อยละ 12 และชายร้อยละ 15
ในแอฟริกากลางและแอฟริกาตะวันออก
----------------------------------
แหล่งที่มา
: สำนักข่าวไทย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น