วันพุธที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ลูกพลัม ลดพุง เปลี่ยนมนุษย์อ้วน ให้หุ่นเพียวได้ดั่งใจ


ลูกพลัม ลดพุง เปลี่ยนมนุษย์อ้วน ให้หุ่นเพียวได้ดั่งใจ

ผลไม้ลดพุง #ผลไม้ลดอ้วน #ดีท็อกซ์ลำไส้ #พลัม ดีไลท์ ลูกพลัมลดพุง 2-6 โล ใน 7 วัน ที่คนนับล้านในสิงคโปร์และฟิลิปปินส์ต่างมั่นใจ ยกให้เป็นสินค้าอันดับหนึ่งในใจ ไม่ใช่ยา ไม่ใช่แคปซูล ไม่ต้องอดอาหาร และไม่ต้องออกกำลังกาย


ประโยชน์ของลูกพลัม
1.   ประโยชน์ลูกพรุน ช่วยในการชะลอความแก่ ป้องกันโรคเรื้อรังไม่ให้ติดต่อ เพราะพรุนเป็นผลไม้ที่มีไขมันต่ำ และมีสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน เกลือแร่ คาร์โบไฮเดรต โพแทสเซียม[3],[4] โดยกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกาได้ระบุว่า ผลไม้ที่ช่วยชะลอความแก่ได้ดีที่สุดคือ ลูกพรุนแห้งหรือ ลูกพรุนอบแห้งซึ่งสูงกว่าลูกเกด ส้ม แอปเปิ้ล ลูกแพร์ เกรปฟรุต บลูเบอร์รี ฯลฯ[4]
2.   ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เนื่องจากลูกพรุนมีสารคริปโตคลอโรจีนิกในปริมาณมาก ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดฤทธิ์ของอนุมูลอิสระ โดยงานวิจัยของ Tufts University in Boston ระบุให้พรุนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นอันดับ 1 โดยวัดจากค่า ORAC ของพรุน มี 5,770 หน่วย ต่อกรัม และยังสูงเป็น 2 เท่าของผลไม้ที่มีค่า ORAC อันดับต้นๆ[3]
3.   ช่วยป้องกันและต่อต้านมะเร็ง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง ป้องกันดีเอ็นเอถูกทำลาย ช่วยลดการอักเสบและช่วยป้องกันมะเร็ง ด้วยการยับยั้งการกลายพันธุ์และสารก่อมะเร็ง เพราะพรุนมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่หลายชนิดและมีอยู่ในปริมาณมาก มีธาตุเหล็กและวิตามินเอ และมีปริมาณของสารโพลีฟีนอลสูงถึง 282-922 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม ซึ่งสารโพลีฟีรอลที่พบมากในลูกพรุนคือ กรดไฮดรอกซีซินนามิก ที่อยู่ในรูปของกรดนีโอคลอโรเจนิก และกรดคลอโรจีนิก นอกจากนี้ยังมีโปรแอนโธไซยานิดิน และฟลาโวนอยด์พิกเมนต์ ดังนั้นการรับประทานผลิตภัณฑ์จากลูกพรุนเป็นประจำจะช่วยป้องกันมะเร็งได้เป็นอย่างดี[3]
4.   ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ ช่วยรักษาระดับการเต้นของหัวใจ ช่วยป้องกันไขมันไม่ให้ถูกทำลาย เนื่องจากเซลล์เมมเบรน เซลล์สมอง และโมเลกุลของคอเลสเตอรอลล้วนประกอบไปด้วยไขมันเป็นส่วนใหญ่ ที่ง่ายต่อการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ซึ่งสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ[3]
5.   ลูกพรุนอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ที่มีความสำคัญในสร้างเม็ดเลือด ช่วยบำรุงเลือด ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง แก้อาการอ่อนเพลีย สมาธิสั้น การเรียนรู้ลดลง และช่วยในการดูดซึมของธาตุต่างๆ ในร่างกาย และยังช่วยในเรื่องของภาวะที่สตรีต้องสูญเสียเลือดไปกับประจำเดือนด้วย[3],[4]
6.   ลูกพรุนมีวิตามินอี ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันการเกิดปฏิกิริยาของออกซิเจนที่ไม่สมบูรณ์ในร่างกาย ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต ยืดอายุของเม็ดเลือดแดง[5]
7.   ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือด (LDL)และช่วยลดระดับความดันโลหิต จึงให้ประโยชน์ต่อหลอดเลือดหัวใจ จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้เป็นอย่างดี[3],[5]
8.   พรุนมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำมาก จึงเป็นประโยชน์ต่อผู้เป็นเบาหวาน และยังมีงานวิจัยที่ระบุว่าพรุนสามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้[3] แม้ว่าลูกพรุนจะมีความหวาน โดยประกอบไปด้วยน้ำตาลหลายชนิด เช่น ฟรุคโตต ซอร์บิทอล แต่ก็ไม่ทำให้ระดับของน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเร็ว[5]
9.   การรับประทานลูกพรุนเป็นประจำในปริมาณมากจะช่วยในการลดน้ำหนักได้ เพราะลูกพรุนมีไขมันต่ำ มีแคลอรี่น้อย และยังมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ[3] อีกทั้งยังเส้นใยอาหารจำนวนมาก ที่เป็นทั้งชนิดที่ละลายน้ำได้ และชนิดที่ลำลายน้ำไม่ได้ ที่มีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้[5]
10.        ผลไม้ที่มีสีแดง-ม่วง เช่น แอปเปิ้ล องุ่น สตรอเบอร์รี่ แครนเบอร์รี่ แบล็กเบอร์รี รวมไปถึงลูกพรุน จะเข้าไปช่วยบำรุงการทำงานของเซลล์สมอง หากใครอยากฉลาดก็ให้รับประทานผลไม้ที่มีสีนี้กันเยอะๆ[3]
11.        ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ เพราะลูกพรุนมีวิตามินอีและแร่ธาตุที่ช่วยลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อยามเครียด[4]
12.        พรุนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม การรับประทานลูกพรุนจะช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้[3]
13.        ช่วยบำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็น เนื่องจากลูกพรุนมีวิตามินที่ช่วยบำรุงตาในส่วนของจอรับภาพ และยังมีวิตามิบีที่ช่วยบำรุงเส้นประสาทที่เลี้ยงลูกตา[4],[5]
14.        ช่วยเสริมสร้างและบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง[2],[3] ช่วยทำให้กระดูกผุช้าลง โดยพบว่าสตรีที่รับประทานลูกพรุนแห้งวันละ 1 ขีด ต่อติดกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน พบว่ามีการสร้างมวลมากขึ้นอย่างชัดเจน[4]
15.        ช่วยป้องกันอาการท้องผูก เพราะพรุนมีเส้นใยอาหารสูง จึงช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวของระบบทางเดินอาหารและมีฤทธิ์ในการระบายท้อง จึงช่วยบำบัดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย[3],[4]
16.        ลูกพรุนอุดมไปด้วยโพแทสเซียม วิตามินอี ธาตุเหล็ก และเส้นใยอาหาร ที่ทำช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด ผิวพรรณดูสดใส ทำให้ผิวพรรณดูเนียนนุ่มชุ่มชื้นไม่เหี่ยวย่นก่อนวัยอันควร จึงช่วยคงความเป็นหนุ่มเป็นสาว เพราะเมื่อคนเราเมื่อช่วงสดใสของชีวิต คือช่วงอายุประมาณ 25 ปี ร่างกายจะเสื่อมโทรมลง ใบหน้าที่เคยเอิบอิ่มก็จะเริ่มหมองคล้ำ ผิวพรรณก็เริ่มซีดโทรม ไขมันก็เริ่มเข้าไปสะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ธาตุเหล็กที่มีมากในลูกพรุนจะช่วยดูในเรื่องนี้ได้[3],[5]
17.        ลูกพรุนมีวิตามินบี2 ที่นอกจากจะช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดงแล้ว ยังช่วยในกระบวนการสร้างและช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผิวหนัง เล็บและผม[5]
18.        สำหรับผู้ที่เป็นตะคริวบ่อยๆ ควรรับประทานอาหารหรือผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ โดยหนึ่งในผลไม้ที่อุดมไปด้วยแคลเซียมนั้นก็คือ ลูกพรุน[3]
19.        ช่วยลดอาการปวดประจำเดือนของสตรี เพราะลูกพรุนอุดมไปด้วยแมกนีเซียมที่เป็นตัวช่วยควบคุมฮอร์โมนให้เป็นปกติและช่วยบรรเทาอาการปวด แต่ต้องรับประทานก่อนมีอาการปวดประจำเดือนประมาณ 1-2 วัน[4]
20.        ช่วยลดอาการอักเสบและอาการเจ็บปวดต่างๆ[4]

คุณค่าทางโภชนาการของลูกพลัม ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 46 กิโลแคลอรี่  คาร์โบไฮเดรต 11.42 กรัม  น้ำตาล 9.92 กรัม  เส้นใย 1.4 กรัม  ไขมัน 0.28 กรัม  โปรตีน 0.7 กรัมลูกพลัม  วิตามินเอ 17 ไมโครกรัม 2%  เบต้าแคโรทีน 190 ไมโครกรัม 2%  ลูทีน และ ซีแซนทีน 73 ไมโครกรัม  วิตามินบี1 0.028 มิลลิกรัม 2%  วิตามินบี2 0.026 มิลลิกรัม 2%  วิตามินบี3 0.417 มิลลิกรัม 3%  วิตามินบี5 0.135 มิลลิกรัม 3%  วิตามินบี6 0.029 มิลลิกรัม 2%  วิตามินบี9 5 ไมโครกรัม 1%  วิตามินซี 9.5 มิลลิกรัม 11% วิตามินอี 0.26 มิลลิกรัม 2%  วิตามินเค 6.4 ไมโครกรัม 6%  ธาตุแคลเซียม 6 มิลลิกรัม 1%  ธาตุเหล็ก 0.17 มิลลิกรัม 1%  ธาตุแมกนีเซียม 7 มิลลิกรัม 2%  ธาตุแมงกานีส 0.052 มิลลิกรัม 2%  ธาตุฟอสฟอรัส 16 มิลลิกรัม 2%  ธาตุโพแทสเซียม 157 มิลลิกรัม 3%  ธาตุโซเดียม 0 มิลลิกรัม 0%  ธาตุสังกะสี 0.1 มิลลิกรัม 1%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)



ข้อควรระวังในการรับประทานลูกพลัม
·         สำหรับคนทั่วไป ลูกพรุนหรือน้ำลูกพรุนมีฤทธิ์เป็นยาระบาย การรับประทานครั้งละมากๆ อาจทำให้ท้องเสียได้ ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม คือครั้งละประมาณ 15-30 cc.[5]

·         สำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานลูกพรุนในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะลูกพรุนเป็นผลไม้ที่ช่วยให้ขับถ่ายง่าย อาจทำให้ถ่ายเยอะและส่งผลให้มดลูกบีบตัว กระตุ้นให้ลูกน้อยคลอดเร็วกว่ากำหนด[3]

·         น้ำลูกพรุนเข้มข้น จะค่อนข้างอันตรายสำหรับเด็ก และไม่แนะนำให้เด็กรับประทาน เนื่องจากมีแร่ธาตุสูงจนเกินไปสำหรับเด็ก และจะไปกระตุ้นระบบขับถ่าย เพราะขนาดผู้ใหญ่ที่กินแล้วก็จะมีฤทธิ์คล้ายกับยาถ่ายเลยทีเดียว แต่ถ้าลูกน้อยท้องผูกจริงๆ ก็ให้ใช้ น้ำลูกพรุน 1 ส่วน ผสมกับน้ำต้มสุก 1 ส่วน และให้ลูกกินประมาณ 1 ช้อนชา (สำหรับเด็กที่มีอายุ 5 เดือนขึ้นไป) และขอย้ำว่าต้องใช้ในกรณีที่มีอากาท้องผูกจริงๆ เท่านั้น[3]


·         ผู้ป่วยที่เป็นโรคไต หรือผู้ที่ต้องล้างไตอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงผู้ที่มีอาการถ่ายเหลว หรือมีอาการของลำไส้ที่ไม่ปกติ ห้ามรับประทานลูกพรุนเป็นอันขาด เพราะอาจจะทำให้อาการที่เป็นอยู่รุนแรงมากขึ้น เพราะลูกพรุนมีโพแทสเซียมสูง ทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคไตไม่สามารถขับโพแทสเซียมออกจากร่างกายได้แบบที่ควรจะเป็น จึงทำให้โพแทสเซียมคั่งในเลือด ส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนล้า หัวใจเต้นอย่างผิดปกติ และอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้[4]


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น

WARIS ระเบิดไขมัน เปลี่ยนหุ่นหมูให้ดูดี 4 มิติ กระชับสัดส่วน ปลอดภัย 100% ปรึกษาโทร 086 366 0842

WARIS ระเบิดไขมัน เปลี่ยนหุ่นหมูให้ดูดี 4 มิติ กระชับสัดส่วน ปลอดภัยไร้ผลข้างเคียง ปรึกษาโทร 086 366 0842 เคล็ด(ไม่)ลับผลิตภัณฑ์ลดค...