ทำไม?? "ไซบูทามีน" ช่วยลดน้ำหนักได้ แต่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซ้ำร้ายผิดกฏหมายเสียอีก

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) เภสัชกร กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ นายกสภาเภสัชกรรม เผยถึงอันตรายจาก “ไซบูทรามีน” ว่า ตัวยาดังกล่าว ถือเป็นยาลดความอ้วน ที่ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง ทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร ซึ่งตัวยาดังกล่าว ไม่มีการจดทะเบียนในประเทศไทยแล้ว แต่เดิมทาง อย. จะถอนทะเบียนยาดังกล่าวออก เนื่องจากมีผลข้างเคียงกับคนที่เป็นโรคหัวใจ และหลอดเลือดต่างๆ แต่ทางบริษัทผู้ผลิตได้ขอถอนทะเบียนยาดังกล่าวออกเอง
"ยาตัวนี้ออกฤทธิ์กับประสาทส่วนกลาง หากมีการรับประทานมากๆ ติดต่อกันนานๆ ก็อาจจะส่งผลให้มีอาการประสาทหลอน ส่วนจะออกฤทธิ์ช้าหรือเร็วก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล กินแล้วหลายคนอาจจะรู้สึกคล้ายการติดยา เพราะจะรู้สึกว่าต้องกินอยู่เรื่อย ใครที่ครอบครองยาตัวนี้ จะถือว่าผิดกฎหมาย เพราะ อย.ไม่อนุญาตให้ขาย ถ้าเอาเข้ามาจำหน่าย เท่ากับจำหน่ายยาที่ไม่มีทะเบียน คนขายจะโดนข้อหาขายยาไม่อนุญาตด้วย"
ไซบูทามีนทางผู้ประกอบการหรือโรงงานมักนิยมแอบผสมอาหารเสริม โดยอ้างสรรพคุณลดความอ้วน ส่วนมากก็เติมยาพวกนี้ลงไป โดยจะออกฤทธิ์ต่อประสาทคล้ายๆ กับยาม้า ที่สมัยก่อนเขากินกัน
ฝากเตือนถึงผู้บริโภคที่กินยาดักไขมันว่า จะมีผลกับกล้ามเนื้อ อาจทำให้เกิดกล้ามเนื้อฝ่อ กล้ามเนื้อสลายไปได้ บางคนที่กินแล้วแพ้ จะแสดงผลชัดเจน คือ ทำให้ปวดเมื่อยร่างกาย ตอนเช้าๆ จะลุกจากที่นอนไม่ค่อยขึ้น ถ้าเห็นผลแบบนี้ แสดงว่าแพ้ยาดักสลายไขมัน บางคนที่กินอาจจะไม่รู้ คิดว่าแค่ปวดเมื่อยปกติ ส่วนคนที่กินแล้วไม่เป็นอะไร ก็ถือว่าโอเค เพราะช่วยลดไขมันได้ ถามว่าควรกินหรือไม่ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องทฤษฎี เพราะเราถือว่าเราดูแลตัวเองได้ โดยไม่ต้องใช้ยา แค่ระวังเรื่องอาหารการกิน หมั่นออกกำลังกาย ถ้าไม่จำเป็น ก็อย่ากินดีกว่า เพราะบางตำรายังบอกว่า ยาดักไขมัน ก็ไม่ได้ช่วยให้ลดน้ำหนักได้
"ถ้าต้องการลดความอ้วนจริงๆ ก็แค่ลดอาหาร และออกกำลังกาย หากจำเป็นต้องใช้ยา ก็ควรจะไปปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาในอินเทอร์เน็ต ไม่น่าเชื่อถือเลย เพราะมันผิดกฎหมาย ที่สำคัญ ยาที่ซื้อมาเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเป็นยาจริงหรือปลอม หากจำเป็นต้องซื้อจริงๆ ควรซื้อจากร้านที่ใบอนุญาตชัดเจนดีกว่า"
แหล่งที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น